เจาะลึกกลยุทธ์ Ryanair ถอนรากฐานออกจากเบอร์ลิน บทเรียนบริหารต้นทุนที่คนทำธุรกิจต้องรู้

มีคำถามหนึ่งที่ ผู้ประกอบการยุคใหม่ ควรใช้เตือนสติในการดำเนินงาน นั่นคือ "ถ้าหากเม็ดเงินที่ต้องจ่ายสูงกว่าผลตอบแทน" ที่จะงอกเงยกลับคืนมาสู่องค์กร เรายังจะดันทุรังรออยู่ทำไม?

แม้ว่าคำถามดังกล่าวจะฟังดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์จริงในภาคธุรกิจกลับทำได้ยากมาก เนื่องจากมักจะมีเรื่องของความผูกพันเชิงโครงสร้าง กับทำเลที่ตั้ง สัญญากรรมสิทธิ์ระยะยาว หรือ ระบบโครงสร้างอำนาจต่อรองในตลาด ที่เราคิดว่าตนเองเป็นรองและไม่มีสิทธิ์เลือกทางเดินใหม่

อย่างไรก็ตาม ยักษ์ใหญ่แห่งวงการบินโลว์คอสต์ สัญชาติไอร์แลนด์อย่าง Ryanair ได้สร้างปรากฏการณ์เพื่อพิสูจน์ให้ผู้ประกอบการทั่วโลกเห็นว่า ไม่มีคู่ค้ารายใหญ่หรือสนามบินแห่งใดในโลก ที่จะ "มีความสำคัญมากเกินไป" จนทำให้โครงสร้างธุรกิจที่มีการบริหารต้นทุนอย่างเด็ดขาด ต้องยอมก้มหน้าแบกรับค่าใช้จ่ายที่ไร้ประสิทธิภาพต่อไป

ในช่วงที่ผ่านมาของปี 2026 นี้ ทาง Ryanair ได้ออกแถลงการณ์ร่วมที่สร้างความสั่นสะเทือนว่า มีแผนการที่จะยุติการดำเนินงานและการประจำการของฝูงบิน จำนวน 7 ลำที่ศูนย์กลางการบินเบอร์ลิน ซึ่งมีกำหนดการสิ้นสุดอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 ตุลาคม 2026 พร้อมทั้งดำเนินการปรับลดจำนวนเที่ยวบินเข้าออก ของเมืองเบอร์ลินลงเกือบ 50% เพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางการบริหารทรัพยากรใหม่

หากมองอย่างผิวเผินเหตุการณ์นี้อาจดูเหมือนการปรับเปลี่ยนตารางบินทั่วไป ที่เกิดขึ้นเป็นประจำตามฤดูกาลของการท่องเที่ยว แต่สำหรับผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ นี่คือดัชนีชี้วัดและสัญญาณเตือนภัยที่เด่นชัด ที่ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่เรื่องของอุตสาหกรรมสายการบิน แต่มันคือบทเรียนระดับโลกที่สะท้อนถึง ความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้นระหว่างนโยบายการจัดเก็บภาษี ค่าใช้จ่าย และ การตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ขั้นเด็ดขาด ที่ นักบริหารในยุคที่มีความผันผวนสูงห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด

ก่อนที่เราจะไปถอดรหัสความคิดว่าเหตุใด Ryanair จึงทำถูก เราต้องย้อนกลับไปมองสิ่งที่เป็นต้นตอของปัญหาจากฝั่งเยอรมนี เนื่องจากในช่วงเวลาที่ผ่านมา ท่าอากาศยานแห่งนี้ได้ปรับขึ้นราคาอย่างไม่สมเหตุสมผล นับตั้งแต่ช่วงการฟื้นตัวหลังวิกฤตโรคระบาดเป็นต้นมา และยังมีแผนการที่จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีก 10% ซึ่งสร้างความกดดันให้กับสายการบินต่างๆ อย่างมหาศาล

ยิ่งไปกว่านั้น นโยบายภาษีการบินในระดับประเทศ ก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรงจนทำลายความสามารถในการแข่งขัน ทำให้ต้นทุนต่อหัวประชากรพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่ค่าบริการด้านการรักษาความปลอดภัยก็มีแนวโน้มจะขยับตัว จากเดิม 10 ยูโรพุ่งทะยานไปสู่ 20 ยูโรในเวลาอันสั้น รวมถึงระบบค่าบริการควบคุมน่านฟ้าทางเทคนิค ที่พุ่งสูงขึ้นจากเดิมถึงสามเท่าตัวเลยทีเดียว

เมื่อผู้บริหารเลือกที่จะเพิ่มต้นทุนในทุกมิติ ย่อมส่งผลลัพธ์เชิงลบสะท้อนกลับมาอย่างรวดเร็ว นั่นคือ สถิติจำนวนผู้โดยสารรวมของสนามบินเบอร์ลิน ได้เกิดการหดตัวและลดลงอย่างรุนแรง จากฐานผู้โดยสารเดิมที่เคยหนาแน่นในอดีต หดตัวลงมาเหลือเพียงตัวเลขที่น่าเป็นห่วง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการสูญเสียศักยภาพการแข่งขันไปเกือบหนึ่งในสาม ทว่าสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดในสถานการณ์นี้คือ แม้ว่าความต้องการซื้อจะหดตัวลงอย่างรุนแรงต่อหน้าต่อตา แต่หน่วยงานผู้มีอำนาจตัดสินใจของเบอร์ลินกลับเลือกที่จะ "ใช้มาตรการเพิ่มราคาเพื่อชดเชยส่วนต่างขาดทุน" แทนที่จะเลือกใช้วิธีลดค่าบริการหรือสร้างมาตรการจูงใจ

ตามหลักสูตรการบริหารจัดการธุรกิจระดับสากล มีสัจธรรมที่เด่นชัดในเรื่องของกลไกตลาดว่า สินค้าที่มีราคาสูงขึ้นโดยไม่มีคุณค่าเพิ่ม ย่อมทำให้ผู้ซื้อหนีหาย อธิบายให้เข้าใจง่ายคือ ยิ่งคุณตั้งราคาบริการไว้แพงเท่าไหร่ กลุ่มเป้าหมายย่อมมองหาทางเลือกอื่นที่คุ้มค่ากว่าทันที

ทว่าความผิดพลาดในกรณีของเมืองเบอร์ลินนั้น ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของกลไกราคาตามตำราเรียนทั่วไป แต่มันคือการขาดวิสัยทัศน์และการแยกแยะไม่ออกระหว่าง "อำนาจต่อรองที่ได้มาจากการเป็นเจ้าของพื้นที่" กับ "การรักษาฐานพันธมิตรเพื่อความมั่งคั่งที่ยั่งยืน"

กลุ่มทุนผู้บริหารอาจหลงคิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่า เนื่องจากทำเลของตนเป็นจุดยุทธศาสตร์และเมืองหลวง เนื่องจากเป็นจุดเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ทว่าในสมรภูมิการค้ายุคใหม่ที่ความคล่องตัวคือหัวใจของการอยู่รอด ยักษ์ใหญ่อย่างไรอันแอร์มีความสามารถในการเคลื่อนย้ายเครื่องบิน ข้ามประเทศข้ามภูมิภาคได้ภายในระยะเวลาเพียงฤดูกาลเดียว ทำให้สิ่งที่เรียกว่าความได้เปรียบทางการค้าสูญสลายไปทันที

เรื่องนี้สามารถเปรียบเทียบได้เห็นภาพชัดเจนกับ ผู้ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ในทำเลทอง ที่คอยแต่จะรีดไถและยกระดับค่าบริการรายเดือนอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ได้สนใจสภาวะเศรษฐกิจหรือความสามารถในการจ่ายของคู่ค้า ในท้ายที่สุดเมื่อคู่ค้ารายสำคัญทนแบกรับภาระไม่ไหวและเลือกที่จะ ถอนตัวออกไปแสวงหาพันธมิตรใหม่ในดินแดนที่มีต้นทุนต่ำกว่า ในทำเลรอบนอกที่มีมาตรการภาษีและสิ่งจูงใจที่ดีกว่าเดิม ความจริงที่เจ็บปวดคือความเชื่อมั่นได้สูญสิ้นไปแล้ว และมันมักจะสายเกินไปที่จะแก้ไข

หลายคนที่ไม่เข้าใจกลไกตลาดอาจจะตีความและมองว่า การตัดสินใจถอยทัพครั้งนี้คือความล้มเหลวของทางสายการบิน แต่นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเงินกลับมองว่า สิ่งนี้คือกรณีศึกษาที่สมบูรณ์แบบในเรื่องของ "การจัดสรรพอร์ตโฟลิโอทรัพยากรอย่างชาญฉลาด"

ขึ้นชื่อว่า Ryanair พวกเขาไม่ใช่องค์กรที่บริหารงาน ด้วยอารมณ์ความรู้สึกหรือความผูกพันส่วนตัว หากแต่พวกเขามีซอฟต์แวร์และทีมงานที่คอยตรวจสอบค่าใช้จ่าย ต่อหัวผู้โดยสารในแต่ละเส้นทางอย่างละเอียดและแม่นยำ ดังนั้นเมื่อข้อมูลเชิงสถิติชี้ชัดและส่งสัญญาณว่า ไม่มีตัวเลขที่สามารถสร้างส่วนต่างกำไรที่ปลอดภัยได้อีกแล้ว แนวทางการปฏิบัติที่เฉียบขาดจึงไม่ใช่การยื้อเวลาเพื่อต่อรอง แต่คือการสั่งเคลื่อนย้ายและจัดสรรทรัพยากรไปสู่ทำเลใหม่ที่ดีกว่าทันที

ตัวเลขสถิติระบุว่าพวกเขามีการคาดการณ์ว่าจะสามารถ 216 ล้านคนในปี ตรวจสอบข้อมูล 2026 ซึ่งถือเป็นสถิติที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรงจากจำนวน 149 ล้านคนในปี 2019 และยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังประกาศเปิดรับสมัครพนักงาน เพิ่มเติมอีกหลายร้อยอัตราในพื้นที่ลอนดอนสแตนสเตดและโปแลนด์ นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตอกย้ำว่า ทรัพย์สินและบุคลากรไม่ได้ลดน้อยลงเลย หากแต่พวกมันแค่ย้ายที่อยู่เพื่อไปทำกำไรในทำเลที่มีความเหมาะสมมากกว่าเดิม

หากเราพิจารณาค่านิยมและแนวคิดในการบริหารธุรกิจแบบดั้งเดิม ให้ยึดมั่นในความมานะพยายามและพร้อมที่จะสู้ตายถวายหัว ทว่าในหลายๆ สถานการณ์ของการทำธุรกิจยุคปัจจุบัน การยอมแบกรับภาระในโครงสร้างที่ไม่เกื้อหนุนต่อการเติบโต มักจะกลายเป็นตัวเร่งความเสียหายและเป็นภาระที่กัดกินองค์กร และเป็นจุดเริ่มต้นของการล่มสลายอย่างช้าๆ ของธุรกิจคุณเอง

คำพูดของซีอีโอระดับแนวหน้าอย่าง Eddie Wilson ได้ระบุถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ว่าองค์กรจำเป็นต้องปกป้องตัวเอง ทันทีที่หน่วยงานผู้กุมอำนาจประกาศยกระดับราคาขึ้นไปอีก 10% พร้อมทั้งตอกย้ำความล้มเหลวเชิงนโยบายของรัฐบาลเยอรมัน ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมในอดีตที่พวกเขาเคยสั่งยุติการดำเนินงาน ในทำเลสำคัญๆ ของเยอรมนีไปก่อนหน้านี้หลายแห่งแล้ว คิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่เยอรมนีต้องสูญเสียเครื่องบินไปถึง 13 ลำ นี่คือข้อคิดที่ทรงพลังสำหรับผู้ประกอบการทุกคนว่า: การดันทุรังประคับประคองคู่ค้าที่คอยบ่อนทำลายผลกำไรของบริษัท ไม่ใช่ความซื่อสัตย์ทางการค้าที่น่ายกย่องเลยแม้แต่น้อย หากแต่มันคือการหยิบยื่นความตายและความหายนะให้กับบริษัทของคุณเองอย่างช้าๆ

ประเด็นทางบัญชีที่เปี่ยมไปด้วยข้อคิดจากเหตุการณ์นี้คือ โครงสร้างต้นทุนไม่ได้ดีดตัวสูงขึ้นจนน่ากลัวตั้งแต่เริ่มต้น หากแต่เป็นกระบวนการที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละขั้นตอนอย่างช้าๆ โดยเริ่มจากการปรับขึ้นภาษีทีละสิบเปอร์เซ็นต์ ต่อด้วยการเพิ่มราคาค่าบริการรายทาง ซึ่งหากเราพิจารณาแยกส่วนในแต่ละครั้งย่อมรู้สึกว่าเป็นตัวเลขที่ ไม่ได้สลักสำคัญและยังอยู่ในเกณฑ์ที่พอควบคุมได้ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปแล้วลองนำทุกส่วนมารวมกันในภาพใหญ่ กลับพบว่าโครงสร้างต้นทุนรวมพุ่งทะยานสูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

ในแวดวงนักบัญชีและที่ปรึกษาองค์กร เรามักจะเตือนภัยเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ในชื่อของ "ภัยเงียบจากการกัดเซาะอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง" ซึ่งเป็นสภาวะที่มีความร้ายกาจและตรวจพบได้ยากกว่า เหตุการณ์ร้ายแรงที่เข้ามาแบบกระทันหันและเห็นได้ชัดเจน นั่นเป็นเพราะปรากฏการณ์นี้จะไม่สร้างแรงกระเพื่อมที่รุนแรงในระยะสั้น ทำให้กลุ่มผู้บริหารมักจะหลงกลและเลือกที่จะแก้ไขปัญหา และแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปตามสถานการณ์เฉพาะหน้าในแต่ละเดือน จนกระทั่งวันหนึ่งที่อัตราการทำกำไรของบริษัทลดลงจนเข้าสู่ภาวะขาดทุน

ด้วยเหตุนี้ ข้อคิดสำหรับผู้ดำเนินธุรกิจในปัจจุบันคือ จำเป็นต้องกำหนดตารางเวลาอย่างสม่ำเสมอในรอบปีเพื่อ "การตรวจสุขภาพโครงสร้างต้นทุนอย่างเต็มระบบ (Cost Audit)" อย่ามองและประเมินเพียงแค่ว่าตัวเลขบัญชีในเดือนนี้ เพราะนั่นอาจเป็นภาพลวงตาที่หลอกให้คุณตายใจ แต่สิ่งที่คุณจำเป็นต้องตั้งคำถามและวิเคราะห์คือ "หากเปรียบเทียบสัดส่วนต้นทุนย้อนหลังแล้ว เรากำลังจ่ายเงินแพงขึ้นโดยไม่จำเป็นอยู่หรือไม่?"

หนึ่งในอาวุธลับและจุดแข็งที่ทรงพลังที่สุดของสายการบิน Ryanair คือการออกแบบโครงสร้างองค์กรที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความยืดหยุ่น ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อรองรับสภาวะวิกฤตและการโยกย้ายในเวลาอันสั้น เห็นได้ชัดจากการสร้างมาตรฐานเดียวกันผ่านการเลือกใช้โมเดลเครื่องบิน เพียงโมเดลสายพันธุ์เดียวสำหรับทุกเส้นทางนั่นคือรุ่น Boeing 737 ซึ่งการทำมาตรฐานเดียวกันในลักษณะนี้ส่งผลดีอย่างมหาศาล ทำให้นักบิน ทีมวิศวกร และลูกเรือทุกคนในระบบ สามารถเคลื่อนย้ายไปประจำการในฐานบินแห่งใหม่ทั่วโลก ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการฝึกอบรมหรือเรียนรู้ใหม่ สถาปัตยกรรมทางธุรกิจนี้จึงเอื้อประโยชน์ในด้านการปรับตัวอย่างแท้จริง

ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่ตัวเลขผลประกอบการในเบอร์ลินเริ่มส่งสัญญาณลบ ทางบริษัทจึงมีความสามารถในการแจ้งพนักงานและเริ่มต้น ขั้นตอนการเคลื่อนย้ายระบบโลจิสติกส์ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งน่าทึ่งมากที่ไม่มีกระบวนการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นเลยแม้แต่อัตราเดียว เนื่องจากพนักงานทุกคนในระบบจะได้รับข้อเสนอและสิทธิ์ ในการไปทำงานในฐานบินแห่งอื่นๆ ภายในเครือข่ายที่กำลังเติบโต

ในทางตรงกันข้าม หากเป็นองค์กรที่มีลักษณะการทำงานแบบเทอะทะ ที่ทรัพยากรและระบบงานส่วนใหญ่ถูกผูกติดอยู่กับ พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ สัญญาท้องถิ่น หรือระบบงานที่ล้าสมัย เมื่อบริบทของตลาดเกิดความผันผวนและเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ องค์กรประเภทนี้ก็มักจะก้าวตามไม่ทันและตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *